ยื่นกู้สร้างบ้านต้องทำอย่างไร? เปรียบเทียบกรณีมีที่ดินแล้วกับซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้าง ปี 2569
การยื่นกู้เพื่อสร้างบ้านต่างจากการกู้ซื้อบ้านสร้างเสร็จ เพราะธนาคารไม่ได้พิจารณาเพียงรายได้กับราคาบ้าน แต่ต้องตรวจพร้อมกันอย่างน้อย 4 เรื่อง:
- ผู้กู้มีความสามารถชำระหนี้เท่าไร
- ที่ดินและบ้านที่จะสร้างมีมูลค่าหลักประกันเท่าไร
- แบบบ้าน BOQ ใบอนุญาต และสัญญาก่อสร้างพร้อมหรือไม่
- เงินจะถูกเบิกเป็นงวดอย่างไร และผู้กู้ต้องสำรองเงินก่อนกี่บาท
จุดที่คนเข้าใจผิดมากที่สุดคือคำว่า “กู้ได้ 100%” เพราะตัวเลขนี้มักเป็นเพดานของผลิตภัณฑ์ ไม่ได้หมายความว่าธนาคารจะจ่ายราคาที่ดิน ค่าก่อสร้าง และค่าใช้จ่ายทุกอย่างเต็มจำนวน วงเงินจริงจะเป็นค่าที่ต่ำที่สุดจากหลายเพดาน เช่น ความสามารถชำระหนี้ ราคาตามสัญญา ราคาประเมิน และเงื่อนไขเฉพาะของธนาคาร
บทความนี้ตรวจข้อมูลจากประกาศและหน้าผลิตภัณฑ์ทางการ ณ วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 แต่ผลิตภัณฑ์ ดอกเบี้ย และเงื่อนไขเปลี่ยนได้ ควรขอ Sales Sheet และข้อเสนอฉบับที่ออกให้ผู้กู้ก่อนตัดสินใจ
ดาวน์โหลดเอกสารใช้งานจริง: Checklist ยื่นกู้เพื่อสร้างบ้าน ปี 2569 ฉบับ PDF 5 หน้า
ภายในมีรายการเอกสาร ตารางเทียบ 3 ธนาคาร สูตรหาเงินสดส่วนต่าง ตารางงวดงาน และคำถามที่ต้องถามเจ้าหน้าที่ก่อนเซ็นสัญญา
เริ่มจากแยกกรณีของคุณให้ถูก
กรณี A: มีที่ดินปลอดภาระในกรรมสิทธิ์ของตนเอง
กรณีนี้มักจัดโครงสร้างสินเชื่อง่ายที่สุด เพราะที่ดินและบ้านในอนาคตจะถูกใช้เป็นหลักประกันร่วมกัน ที่ดินที่มีอยู่จึงช่วยเพิ่มมูลค่าหลักประกัน
แต่ต้องเข้าใจว่า มูลค่าที่ดินไม่ใช่เงินสดที่ธนาคารโอนให้ผู้กู้ หากกู้เฉพาะค่าปลูกสร้าง ธนาคารจะอนุมัติวงเงินภายใต้ราคาสัญญาก่อสร้าง ราคาประเมินรวม และรายได้ แล้วทยอยเบิกตามความก้าวหน้าของงาน
สิ่งที่ควรตรวจ:
- ชื่อในโฉนดตรงกับผู้กู้หรือผู้กู้ร่วมตามเกณฑ์ธนาคารหรือไม่
- ที่ดินปลอดจำนอง อายัด ภาระจำยอม หรือข้อจำกัดอื่นหรือไม่
- มีทางเข้าออกและสาธารณูปโภคที่ธนาคารรับได้หรือไม่
- แบบบ้านวางบนแปลงได้จริงและขออนุญาตได้หรือไม่
- เงินสดพอสำหรับเงินล่วงหน้าและช่วงรอเบิกงวดหรือไม่
กรณี B: ที่ดินเป็นของคู่สมรส พ่อแม่ หรือบุคคลอื่น
อย่าคิดว่าใช้ที่ดินของครอบครัวแล้วกู้ได้เหมือนที่ดินของตนเองทุกธนาคาร บางแห่งกำหนดให้เจ้าของที่ดินเป็นผู้กู้หรือผู้กู้ร่วม บางแห่งอาจให้โอนกรรมสิทธิ์ก่อน หรือขอเอกสารความยินยอมและตรวจความสัมพันธ์
ตัวอย่างเช่น หน้าผลิตภัณฑ์ SCB ระบุว่า ผู้ขออนุญาตก่อสร้างต้องเป็นผู้เดียวกับผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่วนกสิกรไทยระบุกรณีผู้กู้ร่วมที่ไม่ได้เป็นญาติว่าต้องถือกรรมสิทธิ์หลักประกันร่วมกัน เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้ต้องคุยธนาคารก่อนยื่นขออนุญาตหรือโอนที่ดิน
กรณี C: มีที่ดินแล้ว แต่ยังติดจำนอง
กรณีนี้อาจต้องใช้สินเชื่อไถ่ถอนที่ดินเดิมพร้อมปลูกสร้าง ไม่ใช่สินเชื่อปลูกสร้างบนที่ดินปลอดภาระตามปกติ ผู้กู้ต้องขอหนังสือยอดไถ่ถอน ตรวจค่าปรับปิดบัญชี และให้ธนาคารใหม่ประเมินว่าหลังหักยอดเดิมเหลือวงเงินก่อสร้างเท่าไร
อย่าเริ่มก่อสร้างก่อนรู้ว่าเงินจะถูกแบ่งไปไถ่ถอนเท่าไร เพราะยอดอนุมัติรวมสูงไม่ได้แปลว่าส่วนที่เหลือสำหรับสร้างบ้านเพียงพอ
กรณี D: ต้องซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างในครั้งเดียว
ธนาคารจะพิจารณาราคาซื้อที่ดินและค่าก่อสร้างควบคู่กัน แล้วจดจำนองที่ดินก่อนทยอยจ่ายค่าก่อสร้าง ผู้กู้จึงต้องเตรียมทั้งสัญญาจะซื้อจะขาย แบบบ้าน BOQ ใบอนุญาตหรือเอกสารตามที่ธนาคารกำหนด และสัญญาก่อสร้าง
ความเสี่ยงสำคัญคือ:
- ราคาขายที่ดินสูงกว่าราคาประเมิน
- ธนาคารให้ค่าที่ดินวันจำนองไม่เต็มราคาที่ต้องจ่ายผู้ขาย
- ผู้ขายกำหนดวันโอนเร็วกว่ากระบวนการอนุมัติ
- ต้องใช้ชื่อเจ้าของปัจจุบันในการขออนุญาตหรือทำหนังสือยินยอมก่อนโอน
- ผู้รับงานเรียกเงินล่วงหน้าก่อนธนาคารปล่อยงวดก่อสร้าง
สัญญาซื้อที่ดินจึงควรกำหนดเงื่อนไขสินเชื่อ ระยะเวลาประเมิน และผลเมื่อวงเงินไม่พออย่างชัดเจนก่อนวางมัดจำก้อนใหญ่
ธปท. ผ่อนคลาย LTV 100% แล้ว หมายความว่าอย่างไร
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ผ่อนคลายเพดาน LTV เป็นร้อยละ 100 สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยตามขอบเขตที่กำหนด รวมถึงกรณีปลูกสร้างบนที่ดินปลอดภาระของลูกหนี้ โดยใช้กับสัญญากู้ที่ทำตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2570
สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ:
- เพดาน LTV ของ ธปท. คือเพดานกำกับดูแลที่เปิดให้สถาบันการเงินปล่อยได้
- เพดานผลิตภัณฑ์ของธนาคาร คือวงเงินสูงสุดตามนโยบายของธนาคารนั้น
- วงเงินอนุมัติของผู้กู้ คือจำนวนจริงหลังตรวจรายได้ หนี้ เครดิต หลักประกัน และเอกสาร
- ยอดเบิกแต่ละงวด คือเงินที่ได้รับจริงตามผลงานก่อสร้างและเงื่อนไขก่อนเบิก
ดังนั้น แม้เพดาน ธปท. เป็น 100% ธนาคารยังสามารถอนุมัติน้อยกว่า 100% ได้ และผู้กู้ยังต้องมีเงินสดเมื่อราคาขายหรือค่าก่อสร้างสูงกว่าราคาประเมิน
ตารางเปรียบเทียบธนาคาร: มีที่ดินแล้วกับซื้อที่ดินพร้อมสร้าง
ข้อมูลต่อไปนี้มาจากหน้าเว็บไซต์ทางการที่เข้าถึงได้ ณ วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ตัวเลขเป็น “สูงสุด” และยังต้องผ่านเกณฑ์รายได้ เครดิต และหลักประกัน
| ธนาคาร | มีที่ดินปลอดภาระแล้ว | ซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้าง | ค่าที่ดินจ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ | จุดที่ต้องถามเพิ่ม |
|---|---|---|---|---|
| กสิกรไทย | สูงสุด 100% ของค่าก่อสร้างตามสัญญา และไม่เกิน 100% ของราคาประเมินที่ดินและแบบสิ่งปลูกสร้าง | สูงสุด 100% ของราคาซื้อที่ดินรวมค่าก่อสร้าง และไม่เกิน 100% ของราคาประเมินรวม สำหรับช่วงสมัคร 1 ก.ค.–30 ก.ย. 2569 และจดจำนองภายใน 31 ต.ค. 2569 | หน้าเว็บประกาศเป็นวงเงินรวม ไม่ได้แยกเปอร์เซ็นต์ค่าที่ดิน | ยอดที่จ่ายวันโอน เงินงวดแรก และเงื่อนไขหลังหมดช่วงโครงการ |
| ไทยพาณิชย์ | สูงสุด 100% ของสัญญาก่อสร้าง แต่ไม่เกิน 95% ของราคาประเมินรวมเมื่อใช้บริษัท Partner หรือ 90% เมื่อใช้ผู้รับเหมาทั่วไป | สูงสุด 90% ของราคาประเมินที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง | หน้า FAQ ระบุ “เบิกจ่ายค่าที่ดิน 50% ณ วันจำนอง” และส่วนที่เหลือเบิกตามเปอร์เซ็นต์ก่อสร้าง | ต้องถามว่า 50% คิดจากฐานใดและต้องออกเงินส่วนต่างวันโอนเท่าไร |
| กรุงศรี | สูงสุด 100% ของค่าจ้างปลูกสร้าง เมื่อผู้กู้เป็นเจ้าของหรือเจ้าของร่วม; กรณีพร้อม Home for Cash วงเงินรวมสูงสุด 90% ของราคาประเมินรวม | หน้าเว็บระบุว่ารองรับซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างและรีไฟแนนซ์ค่าที่ดิน | ไม่ประกาศสัดส่วนค่าที่ดินแยกอย่างชัดเจนบนหน้าที่ตรวจ | ขอ Term Sheet ที่แยกยอดไถ่ถอน/ค่าที่ดิน/ค่าก่อสร้างและค่าตรวจงวด |
| กรุงเทพ | กรณีปลูกสร้างบนที่ดินตนเองหรือที่ดินจัดสรร สูงสุด 90% ของราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง | สินเชื่อครอบคลุมที่ดินเปล่าเพื่ออยู่อาศัยหรือปลูกสร้าง; FAQ ระบุวงเงินทั่วไปประมาณ 70–100% แต่เกณฑ์หลักระบุสูงสุด 90% ของราคาประเมิน | ไม่ประกาศสัดส่วนค่าที่ดินแยกใน FAQ | ขอวงเงินสุทธิวันโอน จำนวนงวด และเงื่อนไขที่ดินเปล่าเฉพาะแปลง |
| ออมสิน | สินเชื่อเคหะครอบคลุมปลูกสร้าง ต่อเติม และไถ่ถอนพร้อมปลูกสร้าง | หน้าผลิตภัณฑ์ระบุวงเงินรวมเพื่อจัดหาที่อยู่อาศัยและสินเชื่อเกี่ยวเนื่องสูงสุด 110% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน แล้วแต่ราคาใดต่ำกว่า ตามเกณฑ์ธนาคาร | ไม่แยกเปอร์เซ็นต์ค่าที่ดินกับค่าก่อสร้างบนหน้าสาธารณะที่ตรวจ | 110% รวมสินเชื่อเกี่ยวเนื่องอะไรบ้าง และวงเงินหลักสำหรับที่ดิน/ก่อสร้างจริงเท่าไร |
| ธอส. | ผลิตภัณฑ์ปลูกสร้างบนที่ดินตนเองปี 2569 ระบุวงเงินตามเกณฑ์หลักประกันและรายได้ แต่ไม่ประกาศเปอร์เซ็นต์ตายตัว | โครงการปี 2569 หลายโครงการรองรับซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้าง | ไม่ประกาศสัดส่วนค่าที่ดินตายตัวในหน้าผลิตภัณฑ์ที่ตรวจ | ขอผลคำนวณตามผลิตภัณฑ์ที่มีสิทธิจริง และถามยอดจ่ายที่ดิน/งวดก่อสร้างเป็นบาท |
ข้อสรุปเรื่อง “ธนาคารให้ค่าที่ดินกี่เปอร์เซ็นต์”
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกธนาคารและทุกคน บางธนาคารประกาศวงเงินรวมที่ดินกับค่าก่อสร้าง บางแห่งใช้ราคาประเมินรวม และบางแห่งระบุจังหวะจ่ายค่าที่ดินวันจำนอง
คำถามที่ควรถามไม่ใช่เพียง:
“ให้ค่าที่ดินกี่เปอร์เซ็นต์?”
แต่ต้องถามเป็นจำนวนเงินจริงว่า:
“ถ้าที่ดินราคา 1,500,000 บาท ค่าก่อสร้าง 3,000,000 บาท และธนาคารประเมินหลักประกันหลังสร้างเสร็จ 4,000,000 บาท วันโอนที่ดินธนาคารจ่ายกี่บาท ผู้กู้ต้องเติมกี่บาท และงวดก่อสร้างแรกเบิกเมื่อใด?”
เมื่อถามด้วยตัวเลข เจ้าหน้าที่จะแยกฐานคำนวณและจังหวะเบิกให้ชัดกว่าการตอบเป็นเปอร์เซ็นต์โฆษณา
ตัวอย่างคำนวณวงเงินและเงินสดส่วนต่าง
ตัวอย่างที่ 1: มีที่ดินแล้ว กู้ค่าก่อสร้าง 3 ล้านบาท
สมมติ:
- ค่าก่อสร้างตามสัญญา 3,000,000 บาท
- ราคาประเมินที่ดินพร้อมบ้านเมื่อสร้างเสร็จ 3,100,000 บาท
- ผลิตภัณฑ์ให้ไม่เกิน 90% ของราคาประเมินรวม
- ความสามารถรายได้รองรับได้เต็มตามเพดาน
เพดานจากราคาประเมินคือ:
3,100,000 × 90% = 2,790,000 บาท
แม้เงื่อนไขอีกด้านให้ได้ถึง 100% ของสัญญา แต่ผู้กู้ยังขาดอย่างน้อย:
3,000,000 − 2,790,000 = 210,000 บาท
และยังต้องเตรียมค่าประเมิน ค่าจดจำนอง ค่าตรวจงวด งานนอก BOQ และเงินสำรองก่อนเบิกงวด
ตัวอย่างที่ 2: ซื้อที่ดิน 1.5 ล้านและสร้างบ้าน 3 ล้าน
สมมติ:
- ราคาที่ดินตามสัญญา 1,500,000 บาท
- ค่าก่อสร้าง 3,000,000 บาท
- ต้นทุนรวม 4,500,000 บาท
- ราคาประเมินรวมหลังสร้างเสร็จ 4,000,000 บาท
ถ้าผลิตภัณฑ์ให้สูงสุด 90% ของราคาประเมิน:
4,000,000 × 90% = 3,600,000 บาท
เงินสดส่วนต่างขั้นต่ำ = 4,500,000 − 3,600,000 = 900,000 บาท
ถ้าผลิตภัณฑ์ให้สูงสุด 100% ของราคาประเมิน วงเงินก็ยังไม่เกิน 4,000,000 บาท ผู้กู้ยังขาดอย่างน้อย 500,000 บาท เพราะราคาซื้อและก่อสร้างรวมสูงกว่าราคาประเมิน
ตัวอย่างนี้ยังไม่รวมปัญหาจังหวะเงิน หากธนาคารจ่ายค่าที่ดินวันโอนเพียงบางส่วน ผู้กู้อาจต้องมีเงินสดมากกว่าส่วนต่างรวมในวันโอน แล้วจึงทยอยได้รับวงเงินส่วนก่อสร้างภายหลัง
ธนาคารประเมินวงเงินอย่างไร
ใช้สูตรคิดเบื้องต้นดังนี้:
วงเงินอนุมัติโดยประมาณ = ค่าต่ำที่สุดระหว่าง
1) เพดานตามรายได้และภาระหนี้
2) เพดานตามราคาสัญญาซื้อขาย + สัญญาก่อสร้าง
3) เพดาน LTV × ราคาประเมินหลักประกัน
4) เพดานเฉพาะผลิตภัณฑ์และวัตถุประสงค์
จากนั้นยอดที่ได้รับจริงในแต่ละช่วงยังขึ้นกับเงื่อนไขก่อนเบิกและเปอร์เซ็นต์งานก่อสร้าง
รายได้ดีแต่ยังได้วงเงินต่ำกว่าที่ขอได้หรือไม่?
ได้ หากราคาประเมินต่ำ แบบหรือ BOQ ไม่รองรับต้นทุน สภาพคล่องหลักประกันต่ำ หรือรายการบางอย่างไม่อยู่ในขอบเขตที่ธนาคารให้กู้
ที่ดินราคาสูงช่วยให้กู้ค่าก่อสร้างเต็มเสมอหรือไม่?
ไม่เสมอ เพราะยังติดเพดานรายได้และนโยบายผลิตภัณฑ์ อีกทั้งธนาคารอาจประเมินราคาที่ดินต่ำกว่าราคาที่เจ้าของคาด
เงินกู้สร้างบ้านไม่ได้จ่ายเป็นก้อนเดียว
โดยทั่วไปธนาคารจะทยอยเบิกค่าก่อสร้างตามความก้าวหน้าของงาน มีการตรวจงวดก่อนจ่าย บางธนาคารหรือบางกลุ่ม Partner อาจมีเงินงวดแรกวันจำนอง แต่ผู้รับเหมาทั่วไปอาจต้องสร้างงานก่อนแล้วจึงตรวจเบิก
SCB ระบุอย่างชัดเจนว่า:
- บริษัท Partner รับเงินงวดแรกเมื่อทำสัญญาในวันจดจำนอง
- ผู้รับเหมาทั่วไปถูกประเมินผลงานก่อนเบิกทุกงวด
- เงินอาจโอนเข้าบัญชีผู้กู้หรือจ่าย Partner โดยตรงตามกรณี
นี่คือเหตุผลที่ ตารางงวดเงินในสัญญาก่อสร้างต้องเดินพร้อมตารางเบิกของธนาคาร หากผู้รับงานเรียกเงิน 20% ก่อนเริ่ม แต่ธนาคารยังไม่ปล่อยงวดแรก ผู้กู้ต้องใช้เงินตนเอง แม้วงเงินรวมจะครอบคลุมค่าก่อสร้างก็ตาม
เอกสารที่ต้องเตรียม
รายการจริงแตกต่างตามธนาคาร อาชีพ และหลักประกัน แต่ควรเตรียมเป็น 4 ชุด
ชุดที่ 1: เอกสารส่วนบุคคล
- บัตรประชาชนของผู้กู้ ผู้กู้ร่วม และคู่สมรส
- ทะเบียนบ้านตามจำนวนหน้าที่ธนาคารกำหนด
- ทะเบียนสมรส ใบหย่า หรือมรณบัตรคู่สมรสตามกรณี
- ใบเปลี่ยนชื่อ–นามสกุล
- เอกสารแสดงความสัมพันธ์ของผู้กู้ร่วม
- หนังสือยินยอมตรวจเครดิตและประมวลผลข้อมูล
ชุดที่ 2: เอกสารรายได้
ผู้มีรายได้ประจำ
- หนังสือรับรองเงินเดือนฉบับล่าสุด
- สลิปเงินเดือนย้อนหลังตามเกณฑ์ธนาคาร
- Statement บัญชีรับเงินเดือนอย่างน้อย 6 เดือน
- 50 ทวิ ภ.ง.ด.90/91 หรือหลักฐานโบนัสและรายได้อื่น
อาชีพอิสระหรือเจ้าของกิจการ
- Statement ส่วนบุคคลและกิจการ 6–12 เดือน
- ทะเบียนการค้า หนังสือรับรองบริษัท และรายชื่อผู้ถือหุ้น
- ภ.ง.ด.90/91, ภ.ง.ด.50, ภ.พ.20/30 ตามรูปแบบกิจการ
- ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ สัญญารับงาน ใบเสร็จ หรือหลักฐานรายได้
- รูปถ่ายกิจการและหลักฐานการดำเนินธุรกิจ
ธอส. ระบุบัญชีย้อนหลัง 6 เดือนสำหรับอาชีพประจำ และ 12 เดือนสำหรับอาชีพอิสระ ขณะที่กสิกรไทยระบุ Statement อย่างน้อย 6 เดือน จึงไม่ควรใช้ Checklist จำนวนเดือนเดียวกับทุกธนาคาร
ชุดที่ 3: เอกสารที่ดินและการซื้อขาย
- โฉนด น.ส.3 หรือ น.ส.3 ก. พร้อมสารบัญจดทะเบียนทุกหน้า
- แผนที่ตั้งหลักประกันและทางเข้า
- หนังสือยอดไถ่ถอน หากที่ดินติดจำนอง
- สัญญาจะซื้อจะขายและหลักฐานมัดจำ หากซื้อที่ดิน
- สำเนาเอกสารผู้ขายและหนังสือยินยอมที่เกี่ยวข้อง
- หนังสือสัญญาขายหรือให้ที่ดินฉบับกรมที่ดิน หากธนาคารขอ
- เอกสารภาระจำยอม ทางเข้า หรือสิทธิที่เกี่ยวข้องกับหลักประกัน
ชุดที่ 4: เอกสารก่อสร้าง
- แบบสถาปัตยกรรม โครงสร้าง และระบบที่ลงนามครบ
- ใบอนุญาตก่อสร้างหรือเอกสารรับแจ้งตามกฎหมาย
- BOQ ระบุหมวด ปริมาณ หน่วย ราคาต่อหน่วย และยอดรวม
- สัญญาว่าจ้างก่อสร้าง
- ตารางงวดงานและงวดเงิน
- แผนงานก่อสร้าง
- เอกสารผู้รับงานหรือบริษัท เช่น หนังสือรับรองและผู้มีอำนาจลงนาม
- ใบเสนอราคางานนอกสัญญาหลัก เช่น ถมดิน รั้ว ครัว มิเตอร์ และระบบภายนอก
กสิกรไทย ระบุโฉนดพร้อมสารบัญจดทะเบียนทุกหน้า แบบแปลน สัญญาจ้าง กำหนดงวด และใบอนุญาต ส่วน SCB ระบุแบบที่ได้รับอนุญาต BOQ และสัญญาว่าจ้างอย่างชัดเจน
ตัวอย่างเอกสารที่ควรมีหน้าตาอย่างไร
1. Project Summary หนึ่งหน้า
ก่อนเข้าธนาคาร ทำสรุปที่ทุกธนาคารอ่านชุดเดียวกัน:
ผู้กู้/ผู้กู้ร่วม: __________________________
รายได้รวมต่อเดือน: _______________________
ภาระหนี้ต่อเดือน: ________________________
กรณี: มีที่ดินแล้ว / ซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้าง
ราคาที่ดิน: ______________________________
ค่าก่อสร้างตาม BOQ: ______________________
งานนอกสัญญา: ___________________________
เงินสดที่พร้อมใช้: _________________________
วงเงินที่ต้องการ: __________________________
ระยะเวลาก่อสร้าง: _________________________
เอกสารนี้ไม่แทนใบสมัคร แต่ลดปัญหาแต่ละธนาคารได้รับตัวเลขคนละชุด
2. ตัวอย่างหัวข้อในสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน
ควรให้ทนายหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจถ้อยคำจริง โดยอย่างน้อยต้องตกลง:
- ราคาซื้อขายและเงินมัดจำ
- วันยื่นสินเชื่อ วันประเมิน และวันโอน
- ผู้ขายยินยอมให้ธนาคารเข้าสำรวจหลักประกัน
- เงื่อนไขเมื่อสินเชื่อไม่อนุมัติหรืออนุมัติต่ำกว่าวงเงินขั้นต่ำ
- วิธีคืนหรือริบเงินมัดจำ
- ภาระจำนองเดิมและขั้นตอนไถ่ถอน
- ผู้รับผิดชอบภาษี ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่าย
- การส่งมอบเอกสารเพื่อขออนุญาตก่อสร้าง
ตัวอย่างแนวคิด—not แบบสัญญาพร้อมใช้:
“การซื้อขายนี้มีเงื่อนไขว่าผู้ซื้อได้รับอนุมัติสินเชื่อไม่น้อยกว่า ______ บาท ภายในวันที่ ______ หากไม่ได้รับอนุมัติหรือได้รับต่ำกว่าวงเงินดังกล่าว ให้ดำเนินการกับเงินมัดจำตามเงื่อนไข ______”
อย่าคัดลอกประโยคนี้ไปใช้โดยไม่กำหนดหลักฐานการปฏิเสธ ระยะเวลา หน้าที่ของแต่ละฝ่าย และให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ เพราะผลของมัดจำและการผิดสัญญาขึ้นกับข้อความทั้งฉบับ
3. ตัวอย่างโครงสร้าง BOQ
BOQ ที่ธนาคารและผู้กู้ใช้ควบคุมงบได้ควรมี:
| หมวด | รายการ | ปริมาณ | หน่วย | ราคาวัสดุ | ค่าแรง | รวม |
|---|---|---|---|---|---|---|
| โครงสร้าง | คอนกรีตฐานราก | ลบ.ม. | ||||
| สถาปัตย์ | ผนังและฉาบ | ตร.ม. | ||||
| ระบบไฟฟ้า | จุดแสงสว่าง | จุด | ||||
| ระบบประปา | ท่อน้ำดี/น้ำทิ้ง | งาน |
ยอดรวม BOQ ต้องสอดคล้องกับราคาสัญญาและแบบ หากสัญญา 3 ล้านบาทแต่ BOQ มีรายละเอียดเพียง 2.4 ล้านบาท ส่วนต่าง 600,000 บาทจะเป็นคำถามทั้งของธนาคารและเจ้าของบ้าน
4. ตัวอย่างงวดงานที่ธนาคารตรวจได้
หลีกเลี่ยงคำว่า “งวดโครงสร้าง 20%” เพียงอย่างเดียว ควรระบุผลงาน เช่น:
- ฐานรากและตอม่อตามแบบแล้วเสร็จ
- เสา คาน และพื้นชั้นที่กำหนดแล้วเสร็จ
- โครงหลังคาและวัสดุมุงติดตั้งแล้วเสร็จ
- งานระบบฝัง ผนัง และฉาบผ่านการตรวจ
- งานสถาปัตย์ ระบบ และสุขภัณฑ์ตามขอบเขต
- ส่งมอบ แก้ Defect และเอกสารรับประกัน
จากนั้นให้ธนาคารตรวจว่าจะแบ่งงวดเบิกตรงกันหรือไม่ก่อนเซ็นสัญญาผูกพัน
ขั้นตอนยื่นกู้ที่ลดโอกาสสะดุด
ขั้นที่ 1 ตรวจการเงินก่อนเลือกบ้าน
- เช็กเครดิตและรายการหนี้ทั้งหมด
- รวมค่างวดรถ บัตร สินเชื่อ และภาระค้ำประกัน
- ทำให้รายได้เข้าบัญชีสม่ำเสมอและอธิบายที่มาได้
- หลีกเลี่ยงสร้างหนี้ใหม่ก่อนยื่น
- เตรียมเงินสำรองโดยไม่ใช้เงินทั้งหมดเป็นมัดจำ
ขั้นที่ 2 ให้ธนาคาร Pre-screen กำลังซื้อ
นำรายได้ หนี้ และ Project Summary ไปคุย 2–3 ธนาคารก่อนออกแบบเกินงบหรือวางเงินซื้อที่ดินก้อนใหญ่ Pre-screen ไม่ใช่อนุมัติขั้นสุดท้าย แต่ช่วยกำหนดกรอบโครงการ
ขั้นที่ 3 ตรวจว่าที่ดินใช้เป็นหลักประกันและสร้างได้
ตรวจกรรมสิทธิ์ ทางสาธารณะ ผังเมือง ระยะร่น สาธารณูปโภค น้ำท่วม ระดับ และความเป็นไปได้ในการขออนุญาต ธอส. ระบุว่าหลักประกันควรมีศักยภาพเป็นที่อยู่อาศัย มีทางสาธารณะและสาธารณูปโภคเข้าถึง ส่วนออมสินระบุทางสาธารณประโยชน์ที่รถผ่านได้สะดวก
ขั้นที่ 4 ทำแบบ BOQ และสัญญาร่าง
ธนาคารต้องประเมินบ้านจากแบบและงบ ไม่ควรยื่นด้วยภาพ 3D หรือแปลนแนวคิดเพียงอย่างเดียว ให้แบบ รายการวัสดุ ราคา และงวดงานพูดเรื่องเดียวกัน
ขั้นที่ 5 ยื่นหลายธนาคารด้วยข้อมูลชุดเดียวกัน
เปรียบเทียบ:
- วงเงินอนุมัติจริง
- เงินค่าที่ดินวันโอน
- เงินงวดแรกก่อสร้าง
- จำนวนงวดและค่าตรวจ
- EIR และดอกเบี้ยหลังหมดโปรโมชั่น
- ค่างวดระหว่างก่อสร้างและหลังเบิกครบ
- ประกันและเงื่อนไขส่วนลด
- ค่าประเมิน จำนอง อากร และค่าปิดก่อนกำหนด
ขั้นที่ 6 รอประเมินหลักประกันและแบบบ้าน
ผู้ประเมินจะดูที่ดิน สภาพคล่อง ทำเล ทางเข้า และมูลค่าบ้านตามแบบ ราคาประเมินของธนาคารไม่จำเป็นต้องเท่าราคาซื้อหรือ BOQ
ขั้นที่ 7 อ่านหนังสืออนุมัติก่อนเซ็นสัญญาฉบับจริง
ตรวจวงเงิน เงื่อนไขก่อนเบิก วันหมดอายุ ผลิตภัณฑ์ อัตราดอกเบี้ย หลักประกัน ผู้กู้ร่วม และเอกสารที่ยังขาด ไม่ควรอ่านเฉพาะข้อความว่า “อนุมัติแล้ว”
ขั้นที่ 8 ปรับงวดสัญญาก่อสร้างให้ตรงกับธนาคาร
ทำตารางเทียบทุกงวดว่า ผู้รับงานเรียกเท่าไร ธนาคารจ่ายเท่าไร และผู้กู้ต้องเติมเท่าไร หากส่วนต่างงวดใดเกินเงินสด ต้องแก้ก่อนเริ่มงาน
ขั้นที่ 9 จำนองและเบิกตามงาน
เก็บภาพ รายงานตรวจ ใบเสร็จ หนังสือขอเบิก และเอกสารอนุมัติวัสดุทุกงวด เผื่อเวลานัดผู้ประเมินและโอนเงิน ไม่กำหนดวันจ่ายผู้รับงานแน่นเกินกว่ากระบวนการธนาคาร
ขั้นที่ 10 ปิดงานและเก็บเอกสารหลังสร้างเสร็จ
ตรวจรับ แก้ Defect รับแบบแก้ไขจริง คู่มือ ใบรับประกัน และเอกสารประกันอัคคีภัย ตรวจว่าธนาคารเบิกครบและสถานะหลักประกันถูกต้อง
ค่าใช้จ่ายที่มักไม่อยู่ในวงเงินก่อสร้าง
- ส่วนต่างราคาที่ดินกับราคาประเมิน
- เงินล่วงหน้าก่อนเบิกงวดแรก
- ค่าถมดิน กำแพงกันดิน และปรับระดับ
- รั้ว ประตู โรงรถ ครัว หรือเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่อยู่ใน BOQ
- มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา อินเทอร์เน็ต และระบบภายนอก
- ค่าประเมินและค่าตรวจงวด
- ค่าจดจำนอง อากร และค่าใช้จ่ายกรมที่ดิน
- เบี้ยประกันอัคคีภัย
- ค่าแบบ ใบอนุญาต และผู้เชี่ยวชาญ
- เงินสำรองกรณีงานเปลี่ยนหรือราคาประเมินต่ำ
ตัวอย่างค่าธรรมเนียมที่หน้าเว็บประกาศ ณ วันที่ตรวจ เช่น SCB ระบุค่าประเมินที่ดินและแบบบ้านกับค่าตรวจงวดแยกกัน กรุงศรีระบุค่าประเมินหลักประกัน 3,210 บาทและค่าตรวจงวด 2,140 บาทต่อครั้งหรือเหมาจ่ายตามเงื่อนไข ส่วนกรุงเทพระบุค่าประเมินเริ่มต้น 3,000 บาทไม่รวม VAT ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนได้และไม่ควรใช้แทนใบเสนอค่าธรรมเนียมของเคสจริง
15 คำถามที่ต้องถามธนาคารก่อนเลือก
- วงเงินคิดจากราคาสัญญาหรือราคาประเมิน และเลือกค่าต่ำสุดอย่างไร?
- ถ้าซื้อที่ดินพร้อมสร้าง วันจำนองจ่ายค่าที่ดินจริงกี่บาท?
- เปอร์เซ็นต์ค่าที่ดินคิดจากราคาซื้อหรือราคาประเมิน?
- งวดแรกก่อสร้างจ่ายก่อนเริ่มงานหรือหลังมีผลงาน?
- ผู้กู้ต้องสำรองเงินก่อนตรวจงวดประมาณเท่าไร?
- ใช้ผู้รับเหมาทั่วไปกับบริษัท Partner ต่างกันอย่างไร?
- แบบ BOQ และสัญญาต้องอยู่ในชื่อใคร?
- งานนอกตัวบ้านรายการใดนำมาประเมินได้?
- ถ้าราคาประเมินต่ำกว่าสัญญา ต้องเพิ่มหลักประกันหรือเงินสดเท่าไร?
- ระหว่างเบิกไม่ครบ คิดดอกเบี้ยและค่างวดอย่างไร?
- ตรวจงานกี่ครั้ง ครั้งละเท่าไร และใช้เวลากี่วัน?
- ต้องทำประกันอะไร และประกันชีวิตมีผลต่อดอกเบี้ยอย่างไร?
- หนังสืออนุมัติมีอายุถึงวันใด?
- ปิดหรือรีไฟแนนซ์ก่อนกำหนดมีค่าปรับหรือไม่?
- เอกสารหรือเงื่อนไขใดทำให้เบิกงวดถูกระงับ?
คำถามที่พบบ่อย
มีที่ดินแล้ว จะกู้ค่าก่อสร้างได้เต็ม 100% หรือไม่?
อาจได้สูงสุดตามผลิตภัณฑ์บางธนาคาร แต่ต้องไม่เกินเพดานราคาประเมินและความสามารถชำระหนี้ หากราคาประเมินต่ำหรือรายได้รองรับไม่ถึง วงเงินจริงจะต่ำกว่าสัญญา
ซื้อที่ดินเปล่าอย่างเดียวกู้สินเชื่อบ้านได้หรือไม่?
เงื่อนไขต่างจากซื้อที่ดินพร้อมแผนปลูกสร้าง บางธนาคารรองรับที่ดินเปล่าเพื่ออยู่อาศัย บางแห่งต้องเป็นทรัพย์ของธนาคารหรือมีแผนก่อสร้างชัดเจน ควรระบุวัตถุประสงค์จริงกับธนาคาร ไม่สมมติว่าใช้ผลิตภัณฑ์สร้างบ้านได้เหมือนกัน
ต้องมีใบอนุญาตก่อสร้างก่อนยื่นกู้หรือไม่?
ธนาคารส่วนใหญ่ขอใบอนุญาตหรือเอกสารตามกฎหมายประกอบการพิจารณาหรือก่อนเบิก แต่กรณียังไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินอาจต้องวางลำดับเอกสารกับผู้ขายและธนาคารก่อน เพราะชื่อผู้ขออนุญาตและเจ้าของที่ดินมีผล อย่าเริ่มขออนุญาตโดยเดา workflow ของธนาคาร
ต้องเซ็นสัญญาผู้รับเหมาก่อนยื่นกู้หรือไม่?
ธนาคารต้องใช้สัญญาหรือร่างสัญญาและ BOQ ประเมินวงเงิน แต่ไม่ควรจ่ายเงินล่วงหน้าหรือเซ็นเงื่อนไขที่ยกเลิกไม่ได้ก่อนรู้ผลสินเชื่อ ควรให้ธนาคารตรวจร่างและใส่เงื่อนไขสินเชื่อ
ธนาคารจ่ายตรงให้ผู้รับเหมาหรือเข้าบัญชีผู้กู้?
ขึ้นกับธนาคารและประเภทผู้รับงาน SCB ระบุว่า Partner อาจได้รับโดยตรง ส่วนผู้รับเหมาทั่วไปโอนเข้าบัญชีผู้กู้ ธนาคารอื่นต้องถามเป็นรายผลิตภัณฑ์
ทำ MRTA แล้วอนุมัติง่ายขึ้นหรือไม่?
ไม่ควรเหมารวม บางธนาคารระบุว่าไม่บังคับและไม่เกี่ยวกับการอนุมัติ แต่การทำอาจทำให้ได้อัตราดอกเบี้ยอีกชุดหนึ่ง ควรเปรียบเทียบ EIR เบี้ยประกัน ระยะคุ้มครอง และสิทธิยกเลิก ไม่ดูเพียงดอกเบี้ยปีแรก
สรุป: ก่อนยื่นกู้ ต้องทำให้ “ที่ดิน–แบบ–งบ–สัญญา–งวดธนาคาร” เป็นเรื่องเดียวกัน
การยื่นกู้สร้างบ้านที่พร้อม ไม่ใช่มีรายได้กับโฉนดแล้วเดินเข้าธนาคาร แต่ต้องทำให้ข้อมูลทุกชุดเชื่อมกัน:
- ที่ดินสร้างได้และใช้เป็นหลักประกันได้
- แบบบ้านขออนุญาตและประเมินราคาได้
- BOQ ตรงกับแบบและสัญญา
- งวดผู้รับงานสัมพันธ์กับงวดธนาคาร
- เงินสดรองรับส่วนต่างและช่วงรอเบิก
- สัญญาซื้อที่ดินมีทางออกเมื่อสินเชื่อไม่พอ
เมื่อได้ข้อเสนอจากธนาคาร ให้เปรียบเทียบ “เงินที่ได้รับวันโอนและแต่ละงวด” ไม่ใช่เปรียบเทียบเพียงคำว่า 90% หรือ 100%
ต้องการจัดชุดข้อมูลก่อนคุยธนาคาร?
ส่งตำแหน่งและเอกสารที่ดิน แบบบ้านหรือพื้นที่ที่ต้องการ งบประมาณ แหล่งรายได้ และกรอบเงินสดให้ QDHouse ช่วยตรวจความครบถ้วนเบื้องต้นระหว่าง ที่ดิน–แบบ–BOQ–งวดงาน–งบประมาณ เพื่อให้เจ้าของบ้านนำข้อมูลชุดเดียวกันไปเปรียบเทียบหลายธนาคารได้
เพื่อความปลอดภัย การสอบถามเบื้องต้นไม่ควรส่งเลขบัตรประชาชนเต็ม เลขบัญชี หรือ Statement ที่ไม่ปิดข้อมูลผ่านช่องทางสาธารณะ QDHouse ไม่ใช่ธนาคารหรือตัวแทนสินเชื่อ ไม่รับรองวงเงินหรือผลอนุมัติ และบทบาทของ QDHouse คือการช่วยจัดข้อมูลด้านที่ดิน แบบ งบ และการบริหารงานก่อสร้างตามขอบเขตที่ตกลง
สนใจปรึกษาเพื่อเตรียมยื่นกู้ ติดต่อ LINE Official @qdhouseproperty
ทีม QDHouse ช่วยตรวจความพร้อมของข้อมูลด้านที่ดิน แบบบ้าน BOQ งบประมาณ และแผนงวดงานเบื้องต้นก่อนนำไปคุยกับธนาคาร โดยไม่รับรองวงเงินหรือผลอนุมัติสินเชื่อ
แหล่งข้อมูลทางการที่ใช้ตรวจเงื่อนไข
- ธนาคารแห่งประเทศไทย: ประกาศผ่อนคลายเกณฑ์ LTV วันที่ 26 มิถุนายน 2569
- ธอส.: สินเชื่อปลูกสร้างบนที่ดินของตนเอง ปี 2569
- ธอส.: โครงการบ้าน ธอส. เพื่อคุณ ปี 2569
- ธนาคารออมสิน: สินเชื่อเคหะ
- ธนาคารกสิกรไทย: สินเชื่อเพื่อปลูกสร้างบ้าน
- ธนาคารไทยพาณิชย์: สินเชื่อเพื่อปลูกสร้างบ้าน
- ธนาคารกรุงศรีอยุธยา: สินเชื่อปลูกสร้างบ้าน
- ธนาคารกรุงเทพ: คำถามที่พบบ่อยสินเชื่อบ้านบัวหลวง
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปจากแหล่งสาธารณะ ณ วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ไม่ใช่คำเสนอสินเชื่อ คำแนะนำทางการเงินเฉพาะบุคคล แบบสัญญากฎหมาย หรือการรับรองผลอนุมัติ ธนาคารสามารถเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ วงเงิน อัตราดอกเบี้ย เอกสาร และเกณฑ์พิจารณาได้ ควรตรวจ Sales Sheet หนังสืออนุมัติ และเงื่อนไขจากเจ้าหน้าที่ธนาคารก่อนทำสัญญาหรือจ่ายเงิน
