ซื้อแบบบ้านแล้ว นำไปแก้ ส่งให้ผู้รับเหมา หรือสร้างซ้ำได้หรือไม่

การจ่ายค่าแบบหรือได้รับไฟล์ PDF/CAD มาอยู่ในมือ ไม่ได้ตอบโดยอัตโนมัติ ว่าคุณเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ทั้งหมด หรือมีสิทธินำแบบไปทำอะไรก็ได้ คำตอบขึ้นอยู่กับว่าแบบนั้นเกิดขึ้นอย่างไร—จ้างออกแบบเฉพาะ ซื้อแบบสำเร็จรูป ได้สิทธิ์จากบริษัท หรือรับต่อจากเจ้าของเดิม—และสัญญาเขียนขอบเขตสิทธิ์ไว้อย่างไร

คำตอบสั้นที่สุด

  • ส่งแบบให้ผู้รับงานประเมินราคาหรือก่อสร้างได้ เมื่อสิทธิ์ที่คุณได้รับครอบคลุมการใช้เพื่อโครงการนั้น และการส่งไฟล์ให้บุคคลที่จำเป็น
  • แก้แบบได้ เมื่อคุณเป็นเจ้าของสิทธิ์ในการดัดแปลง หรือได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างชัดเจน
  • สร้างซ้ำอีกแปลงไม่ได้โดยอัตโนมัติ แม้เคยสร้างหลังแรกอย่างถูกต้อง ต้องตรวจว่าสิทธิ์จำกัดจำนวนหลัง สถานที่ หรือระยะเวลาหรือไม่
  • การมีไฟล์ต้นฉบับหรือชำระเงินครบ ไม่เท่ากับการโอนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

หากสัญญาไม่ชัด อย่าเริ่มจากถามว่า “แบบเป็นของใคร” เพียงคำถามเดียว ให้แยกสิทธิ์ที่ต้องใช้จริงออกเป็นข้อ ๆ แล้วขอคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร

บทความนี้ให้กรอบตรวจเอกสารเบื้องต้น ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางกฎหมาย ข้อพิพาทและสัญญาแต่ละฉบับต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและเอกสารจริงโดยผู้เชี่ยวชาญ

แยก 4 เรื่องที่คนมักเรียกรวมว่า “เป็นเจ้าของแบบ”

เรื่อง คำถามที่ต้องตอบ ตัวอย่างหลักฐาน
ผู้สร้างสรรค์ ใครเป็นผู้สร้างงานออกแบบจริง และมีผู้ร่วมสร้างหรือไม่ ชื่อผู้ออกแบบ แบบร่าง อีเมลส่งงาน ประวัติ revision
เจ้าของลิขสิทธิ์ ใครมีสิทธิทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ หรืออนุญาตให้ผู้อื่นใช้ สัญญาจ้าง ข้อกำหนดลิขสิทธิ์ หนังสือโอนสิทธิ์
ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้ ใช้ทำอะไร ได้กี่ครั้ง ที่ใด นานเท่าไร และส่งต่อให้ใครได้ License หรือเงื่อนไขการขายแบบ
เจ้าของไฟล์/สำเนา/อาคาร ใครถือ PDF, CAD, กระดาษ หรือเป็นเจ้าของบ้านที่สร้างแล้ว ใบส่งมอบไฟล์ ใบเสร็จ เอกสารกรรมสิทธิ์อาคาร

กรมทรัพย์สินทางปัญญาอธิบายว่า การรับโอนสิ่งที่บรรจุผลงานไม่ถือเป็นการโอนลิขสิทธิ์ แต่เป็นเพียงการเป็นเจ้าของสิ่งของนั้น หลักเดียวกันช่วยให้เข้าใจว่า การได้รับไฟล์แบบเป็นคนละเรื่องกับการได้รับสิทธิ์ทำซ้ำหรือดัดแปลงงานในไฟล์

สภาสถาปนิกอธิบายงานสถาปัตยกรรมว่ามีสิทธิคู่กันสองลักษณะ คือ ลิขสิทธิ์ในแบบ และกรรมสิทธิ์ในอาคาร จึงเป็นไปได้ที่เจ้าของบ้านจะเป็นเจ้าของอาคาร แต่สิทธิ์ในแบบยังเป็นไปตามกฎหมายและข้อตกลงอีกชุดหนึ่ง

แบบบ้านมาจากไหน มีผลต่อคำตอบ

1. จ้างสถาปนิกหรือผู้ออกแบบอิสระทำแบบเฉพาะ

คำอธิบายของกรมทรัพย์สินทางปัญญาแยก “จ้างแรงงาน” กับ “จ้างทำของ” ไว้ต่างกัน สำหรับงานที่ผู้สร้างสรรค์ทำขึ้นภายใต้สัญญาจ้างทำของ ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้าง เว้นแต่ตกลงกันเป็นอย่างอื่น ขณะที่สัญญาในวงการออกแบบอาจมีข้อกำหนดเฉพาะให้ผู้ออกแบบถือสิทธิ์บางส่วน หรืออนุญาตให้ใช้เพียงโครงการเดียว

ดังนั้น อย่าดูเพียงว่าใครจ่ายเงิน ให้ตรวจพร้อมกันว่า:

  • คู่สัญญาเป็นใคร—บุคคล บริษัท หรือทีมออกแบบ
  • ลักษณะสัญญาและขอบเขตการจ้างเป็นอย่างไร
  • มีข้อกำหนดลิขสิทธิ์ การอนุญาตใช้ หรือข้อจำกัดเหนือหลักทั่วไปหรือไม่
  • งานส่วนใดมาจากบุคคลที่สาม เช่น วิศวกร นักออกแบบภายใน ภาพ 3D หรือแบบระบบ

ทำต่ออย่างไร: ขอให้คู่สัญญาระบุในสัญญาหรือหนังสือเพิ่มเติมว่าใครเป็นเจ้าของสิทธิ์ใด และเจ้าของบ้านได้รับอนุญาตให้ทำรายการใดบ้าง อย่าใช้ถ้อยคำกว้างเพียง “แบบทั้งหมดเป็นของผู้ว่าจ้าง” โดยไม่มีนิยาม

2. ซื้อแบบบ้านสำเร็จรูปจากเว็บไซต์ บริษัท หรือแค็ตตาล็อก

กรณีนี้โดยธรรมชาติมักใกล้กับการซื้อ “สิทธิ์ใช้ตามเงื่อนไข” มากกว่าการว่าจ้างให้สร้างงานใหม่ สิ่งที่ต้องอ่านคือ license หรือเงื่อนไขการขาย เช่น:

  • ใช้ก่อสร้างได้หนึ่งหลังหรือหลายหลัง
  • จำกัดผู้ซื้อ ที่ดิน โครงการ หรือระยะเวลาหรือไม่
  • อนุญาตให้สถาปนิก/วิศวกรในพื้นที่ปรับให้เข้ากับที่ดินหรือไม่
  • ส่งให้ผู้รับงานหลายรายประเมินราคาได้หรือไม่
  • ได้เฉพาะ PDF หรือรวมไฟล์แก้ไขได้
  • แบบโครงสร้างและระบบต้องออกแบบใหม่ตามพื้นที่หรือไม่

ปุ่ม “ดาวน์โหลด” หรือใบเสร็จรับเงินไม่ใช่คำอธิบายขอบเขตสิทธิ์ที่เพียงพอ

ทำต่ออย่างไร: บันทึกหน้าเงื่อนไข ณ วันที่ซื้อ ใบเสร็จ อีเมลยืนยัน และเลขใบอนุญาตใช้ หากเงื่อนไขไม่กล่าวถึงการแก้แบบหรือการส่งให้ผู้ประเมินราคา ให้ถามผู้ขายก่อนส่งไฟล์

3. ใช้แบบบ้านฟรีหรือแบบจากหน่วยงานรัฐ

คำว่า “ฟรี” หมายถึงไม่คิดค่าใช้ตามเงื่อนไขที่ประกาศ ไม่ได้แปลว่าไม่มีข้อกำหนดใดเลย ตัวอย่างเช่น แบบบ้านเพื่อประชาชนของกรมโยธาธิการและผังเมืองยังต้องนำไปตรวจความเหมาะสมกับที่ดิน กฎหมาย และหน่วยงานท้องถิ่นก่อนก่อสร้าง

ทำต่ออย่างไร: อ่านเงื่อนไขบนแหล่งต้นทาง ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ทางการ เก็บชื่อแบบและวันที่ดาวน์โหลด และตรวจว่าการปรับแบบต้องดำเนินการหรือรับรองโดยใคร

4. รับแบบต่อจากเจ้าของเดิม ซื้อที่ดินพร้อมแบบ หรือเปลี่ยนผู้รับงาน

ผู้ส่งไฟล์ให้คุณอาจมีเพียงสิทธิ์ใช้เฉพาะตนเองและไม่มีสิทธิ์อนุญาตช่วง การเขียนในสัญญาซื้อขายว่า “แถมแบบบ้าน” จึงยังไม่พอ หากไม่ทราบที่มาของแบบและสิทธิ์ที่โอนได้

ทำต่ออย่างไร: ขอ chain of title ของแบบ—สัญญาต้นทาง หนังสือโอนหรืออนุญาต และหลักฐานว่าผู้โอนมีอำนาจให้สิทธิ์นั้น ถ้าตรวจไม่ได้ ควรหยุดใช้แบบจนกว่าเจ้าของสิทธิ์หรือที่ปรึกษากฎหมายยืนยัน

สิทธิ์ 7 ข้อที่ควรเขียนให้ชัดในสัญญา

1. สิทธิ์ใช้ก่อสร้าง

ระบุจำนวนอาคาร ที่ดินหรือโครงการที่ใช้ได้ และแบบ revision ใดเป็นต้นฉบับอ้างอิง คำว่า “ใช้สร้างบ้านได้” ยังไม่ตอบว่าจะสร้างซ้ำอีกแปลงได้หรือไม่

2. สิทธิ์ทำสำเนา

การทำงานจริงต้องพิมพ์แบบ สำรองไฟล์ ส่งให้หน่วยงาน ผู้ประมาณราคา และทีมก่อสร้าง ควรอนุญาตการทำสำเนาเท่าที่จำเป็นต่อโครงการ พร้อมข้อกำหนดรักษาความลับและห้ามใช้เพื่อโครงการอื่น

3. สิทธิ์ส่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้อง

เขียนรายกลุ่มได้ เช่น สถาปนิก วิศวกร ผู้ประมาณราคา ผู้รับงาน ผู้บริหารโครงการ สถาบันการเงิน และหน่วยงานรัฐ โดยกำหนดว่าผู้รับไฟล์ต้องใช้เพื่อโครงการนี้เท่านั้น

4. สิทธิ์แก้ไขหรือดัดแปลง

กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่าเจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ หรืออนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิ์ การเปลี่ยนผัง รูปด้าน โครงสร้าง หรือรายละเอียดจึงไม่ควรอาศัยข้อสันนิษฐานว่า “แก้นิดเดียวไม่เป็นไร”

ให้ระบุว่า:

  • ใครแก้ได้
  • แก้ขอบเขตใด
  • ต้องแจ้งหรือขออนุมัติเจ้าของสิทธิ์ก่อนหรือไม่
  • แบบแก้ไขใหม่เป็นสิทธิ์ของใคร
  • ใครรับผิดชอบความถูกต้องและลายเซ็นของ revision ใหม่

5. สิทธิ์รับไฟล์ต้นฉบับที่แก้ไขได้

สิทธิ์ใช้แบบไม่จำเป็นต้องรวมการส่งมอบ CAD/BIM หรือไฟล์ทำงานทั้งหมด หากต้องใช้ไฟล์เพื่อประสานงานต่อ ให้ระบุชนิดไฟล์ เวอร์ชัน วันที่ส่ง metadata และเงื่อนไขกรณีไฟล์ต่างจาก PDF ที่ลงนาม

6. สิทธิ์เผยแพร่ภาพและข้อมูลโครงการ

แยกการใช้เพื่อยื่นอนุญาตหรือก่อสร้างออกจากการโพสต์แบบเต็มบนเว็บไซต์ การทำโฆษณา หรือให้บุคคลอื่นนำภาพไปใช้ ควรกำหนดว่าใครเผยแพร่ภาพ 3D แบบแปลน ภาพบ้านสร้างเสร็จ และชื่อผู้ออกแบบได้อย่างไร รวมถึงปกปิดข้อมูลที่ดินหรือข้อมูลส่วนบุคคลส่วนใด

7. สิทธิ์ใช้ซ้ำและอนุญาตช่วง

ถ้าครอบครัวต้องการสร้างบ้านแบบเดียวกันอีกหลัง บริษัทต้องการใช้ซ้ำหลายแปลง หรือเจ้าของโครงการต้องส่งต่อให้ผู้ซื้อ ต้องเขียนสิทธิ์นี้โดยตรง พร้อมจำนวนครั้ง พื้นที่ ระยะเวลา และค่าตอบแทน

โอนลิขสิทธิ์ กับอนุญาตให้ใช้ ต่างกันอย่างไร

รูปแบบ ใครยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้รับทำอะไรได้ จุดที่ต้องระบุ
โอนลิขสิทธิ์ทั้งหมด ผู้รับโอนตามขอบเขตที่โอน ใช้สิทธิ์ที่โอนมาได้ตามสัญญา งานที่โอน ขอบเขต ระยะเวลา ลายมือชื่อคู่สัญญา
โอนบางสิทธิ์ แยกตามสิทธิ์ที่โอนและที่ยังคงไว้ เช่น ได้สิทธิ์ทำซ้ำ แต่ไม่ได้สิทธิ์ดัดแปลง รายการสิทธิ์ต้องไม่กำกวม
อนุญาตให้ใช้ (license) เจ้าของเดิมยังเป็นเจ้าของ ใช้ตามขอบเขตที่ได้รับอนุญาต จำนวนครั้ง สถานที่ เวลา ผู้ใช้ และการอนุญาตช่วง
รับไฟล์หรือสำเนา ไม่เปลี่ยนเพราะได้รับไฟล์เพียงอย่างเดียว ครอบครองไฟล์ แต่การใช้ยังขึ้นกับสิทธิ์ หนังสือส่งมอบไม่ควรใช้แทนข้อตกลงสิทธิ์

กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า การโอนลิขสิทธิ์ซึ่งไม่ใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อผู้โอนกับผู้รับโอน และสามารถโอนทั้งหมด บางส่วน หรือกำหนดระยะเวลาได้

ข้อปฏิบัติ: ถ้าคู่สัญญาต้องการเพียงให้เจ้าของบ้านสร้างหนึ่งหลัง การเขียน license ที่ชัดอาจตรงเจตนากว่าคำว่าโอนทั้งหมด แต่ถ้าต้องการให้เจ้าของบ้านแก้ ใช้ซ้ำ หรือส่งต่อได้ ต้องเพิ่มสิทธิ์เหล่านั้นอย่างตรงไปตรงมา

ส่งแบบให้ผู้รับงานประเมินราคาอย่างไรโดยไม่เปิดไฟล์เกินจำเป็น

  1. ตรวจว่าคุณมีสิทธิ์ส่งแบบให้บุคคลภายนอกเพื่อประเมินราคา
  2. ส่ง PDF ชุด Issued for Quotation ก่อน CAD/BIM หากยังไม่จำเป็น
  3. ใส่ชื่อโครงการ revision วันที่ และข้อความ “ใช้เพื่อประเมินโครงการนี้เท่านั้น”
  4. ใช้ลิงก์จำกัดสิทธิ์และหมดอายุ แทนการส่งไฟล์เข้ากลุ่มสาธารณะ
  5. ทำ recipient log ว่าใครได้รับไฟล์ใด เมื่อใด
  6. ขอให้ผู้รับงานไม่ส่งต่อ ไม่ใช้สร้างโครงการอื่น และลบ/คืนไฟล์เมื่อพ้นกระบวนการ
  7. ถ้าต้องส่งไฟล์แก้ไขได้ ให้ตกลงขอบเขตการใช้งานและผู้รับผิดชอบการแก้ก่อน

มาตรการเหล่านี้ไม่สร้างสิทธิ์ที่คุณไม่มี แต่ช่วยให้ใช้สิทธิ์ที่มีอย่างควบคุมได้และมีหลักฐาน

ถ้าจะเปลี่ยนผู้ออกแบบหรือผู้รับงานกลางทาง ต้องทำอะไร

การเปลี่ยนผู้รับงานก่อสร้างไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเจ้าของสิทธิ์ในแบบ แต่ทีมใหม่ต้องได้รับอนุญาตให้เข้าถึงและใช้แบบเพื่อทำงานต่อ ส่วนการเปลี่ยนผู้ออกแบบอาจเกี่ยวข้องกับทั้งสิทธิ์ดัดแปลง ความรับผิดชอบทางวิชาชีพ และการรับรอง revision ใหม่

ก่อนส่งมอบให้ทีมใหม่:

  • ล็อก revision และสถานะงานที่เสร็จแล้ว
  • ทำรายการไฟล์ต้นฉบับและคำตอบ RFI
  • ยืนยันยอดชำระและเงื่อนไขส่งมอบตามสัญญาเดิม
  • ขอหนังสือยืนยันสิทธิ์ให้ทีมใหม่ใช้และแก้ไขเท่าที่จำเป็น
  • ให้ผู้ประกอบวิชาชีพใหม่ตรวจแบบก่อนลงชื่อหรือรับผิดชอบ
  • แยกให้ชัดว่าส่วนใดเป็นงานเดิม ส่วนใดเป็นงานแก้ใหม่

อย่าแก้ชื่อในกรอบแบบหรือแทนที่ลายเซ็นเดิมโดยไม่มีที่มาของการแก้ไขและผู้รับผิดชอบงานใหม่

Checklist 12 ข้อก่อนเซ็นสัญญาออกแบบหรือซื้อแบบ

  • ระบุผู้สร้างสรรค์และเจ้าของลิขสิทธิ์
  • ระบุว่าเป็นการโอนสิทธิ์หรืออนุญาตให้ใช้
  • ระบุจำนวนบ้านและที่ดิน/โครงการที่ใช้ได้
  • อนุญาตให้ส่งแบบเพื่อขออนุญาต ประเมินราคา และก่อสร้าง
  • ระบุผู้ที่รับไฟล์ต่อได้และหน้าที่รักษาความลับ
  • ระบุสิทธิ์แก้ไขและผู้รับผิดชอบ revision
  • ระบุสิทธิ์ในงานดัดแปลงที่เกิดขึ้นใหม่
  • ระบุไฟล์ที่จะส่งมอบและเอกสารใดเป็นต้นฉบับอ้างอิง
  • ระบุสิทธิ์ใช้ภาพ 3D แบบ และภาพบ้านในสื่อ
  • ระบุเงื่อนไขสร้างซ้ำหรือใช้ในแปลงอื่น
  • ระบุวิธีดำเนินการเมื่อยกเลิกสัญญาหรือเปลี่ยนทีม
  • ระบุวิธีแก้ข้อขัดแย้งและกฎหมายที่ใช้บังคับ

หากข้อใดไม่จำเป็นสำหรับโครงการ ให้เขียนว่า “ไม่อนุญาต” หรือ “ไม่รวม” แทนการปล่อยว่าง

สัญญาณเสี่ยงที่ควรหยุดตรวจเอกสารก่อน

  • ผู้ขายบอกว่าใช้ได้ทุกอย่าง แต่ไม่ให้เงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษร
  • มีโลโก้ ชื่อผู้ออกแบบ หรือลายน้ำของบุคคลอื่นบนแบบ
  • ผู้ส่งไฟล์ไม่ใช่คู่สัญญาและอธิบายที่มาของสิทธิ์ไม่ได้
  • สัญญาใช้คำว่า “เป็นเจ้าของแบบ” แต่ไม่แยกทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ และใช้ซ้ำ
  • ได้เฉพาะภาพจากอินเทอร์เน็ตหรือไฟล์ที่ตัดกรอบชื่อออก
  • แบบถูกแก้หลายครั้งแต่ไม่มี revision history และผู้รับผิดชอบ
  • ต้องการสร้างหลายหลังจาก license ที่ระบุเพียงหนึ่งโครงการ

ขั้นตอนถัดไป: หยุดเผยแพร่หรือแก้ไฟล์ รวบรวมสัญญา ใบเสร็จ อีเมล และต้นฉบับทุก revision แล้วถามเจ้าของสิทธิ์เป็นลายลักษณ์อักษร หากมีข้อโต้แย้งหรือมูลค่าความเสี่ยงสูง ควรให้ทนายความด้านทรัพย์สินทางปัญญาตรวจ

คำถามที่พบบ่อย

จ่ายค่าออกแบบครบแล้ว แบบต้องเป็นของเจ้าของบ้านใช่ไหม

ยังสรุปจากการชำระเงินเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูประเภทการจ้างและข้อตกลง กรมทรัพย์สินทางปัญญาอธิบายหลักของงานจ้างทำของ แต่คู่สัญญาสามารถตกลงเรื่องสิทธิ์เป็นอย่างอื่นได้ จึงต้องอ่านข้อความลิขสิทธิ์และการส่งมอบในสัญญาจริง

มีไฟล์ CAD แล้ว ให้สถาปนิกคนใหม่แก้ได้เลยไหม

การถือไฟล์ไม่เท่ากับมีสิทธิ์ดัดแปลง ตรวจสัญญาและขออนุญาตก่อน จากนั้นให้สถาปนิกคนใหม่ตรวจความถูกต้อง รับผิดชอบเฉพาะงานที่ตนดำเนินการ และออก revision ใหม่อย่างโปร่งใส

เปลี่ยนผู้รับเหมา ต้องซื้อแบบใหม่หรือไม่

ไม่จำเป็นเสมอไป หากสิทธิ์ใช้แบบครอบคลุมโครงการและอนุญาตให้ส่งให้ผู้รับงานรายใหม่ แต่ต้องควบคุมไฟล์ ยืนยัน revision และขอบเขตความรับผิดชอบของทีมใหม่

สร้างหลังแรกเสร็จแล้ว นำแบบไปสร้างให้พ่อแม่อีกแปลงได้ไหม

ต้องตรวจสิทธิ์ใช้ซ้ำโดยเฉพาะ การเป็นเจ้าของบ้านหลังแรกไม่ได้ทำให้เกิดสิทธิ์สร้างซ้ำอัตโนมัติ หาก license จำกัดหนึ่งหลัง ให้ขอขยายสิทธิ์ก่อน และยังต้องปรับแบบให้เหมาะกับที่ดินกับข้อกำหนดแปลงใหม่

เปลี่ยนเพียงสี วัสดุ หรือย้ายห้องเล็กน้อย ถือว่าดัดแปลงหรือไม่

ไม่ควรตัดสินจากความรู้สึกว่าแก้ “เล็กน้อย” หากการเปลี่ยนเกี่ยวข้องกับงานที่มีลิขสิทธิ์หรือกระทบแบบ ให้ตรวจขอบเขตสิทธิ์ดัดแปลงและขอคำยืนยัน ความเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคยังต้องให้ผู้รับผิดชอบวิชาชีพตรวจแยกจากเรื่องลิขสิทธิ์

แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว แปลว่าเป็นเจ้าของแน่นอนหรือไม่

กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่าการรับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ไม่ใช่การรับรองความเป็นเจ้าของ หากมีข้อโต้แย้ง ผู้แจ้งยังต้องพิสูจน์สิทธิ์จากข้อเท็จจริงและหลักฐาน

บทบาทของ QDHouse เมื่อเจ้าของบ้านนำแบบจากภายนอกมา

QDHouse ให้บริการ บริหารงานก่อสร้างและประสานทีมที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ผู้รับเหมาทั่วไป ในขั้นตรวจความพร้อมเบื้องต้น QDHouse สามารถช่วยจัดรายการเอกสารและคำถามว่า:

  • แบบชุดใดเป็น revision ล่าสุด
  • ขาดแบบหรือข้อมูลส่วนใดสำหรับประเมินราคาและก่อสร้าง
  • สัญญาระบุสิทธิ์ใช้ ส่งต่อ และแก้ไขไว้หรือไม่
  • ต้องประสานผู้ออกแบบเดิม ผู้เชี่ยวชาญ หรือหน่วยงานใดก่อนเดินหน้าต่อ

QDHouse ไม่สามารถรับรองความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แทนคู่สัญญาหรือให้คำวินิจฉัยทางกฎหมายได้ หากสิทธิ์ไม่ชัด จะต้องขอเอกสารยืนยันหรือให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจสอบก่อนใช้แบบ

หากคุณมีแบบบ้านอยู่แล้ว สามารถส่งสัญญาหรือเงื่อนไขสิทธิ์เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง สารบัญแบบ revision ล่าสุด ข้อมูลที่ดิน งบประมาณ และความต้องการใช้งาน เพื่อจัดกรอบตรวจความพร้อมเบื้องต้นได้ที่ QDHouse โดยควรปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็นก่อนส่ง

แหล่งข้อมูลทางการสำหรับตรวจสอบต่อ